• Get Healthier — อ่าน Healthier

เช็คก่อนจ่าย – ตรวจโควิด-19 ราคาเท่าไหร่ วิธีตรวจแบบไหนมีประสิทธิภาพ?

ตรวจโควิด-19 ราคาเท่าไหร่? | การตรวจโควิด-19 มีกี่แบบ? | ข้อแตกต่างในการตรวจโควิด-19 แต่ละแบบ | ขั้นตอนการตรวจโควิด-19 ด้วยวิธี RT-PCR | ขั้นตอนการตรวจโควิด-19 ด้วยชุดทดสอบแบบเร็ว | รู้จักกับผลตรวจปลอม | ตรวจโควิดฟรีได้ที่ไหน? | ตอบคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการตรวจโควิด-19

นับตั้งแต่ปลายปี 2019 เป็นต้นมา ประเทศไทยกลายเป็นอีกหนึ่งในหลายๆ ประเทศทั่วโลกที่ต้องเผชิญกับการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) มาแล้วหลายระลอก และทุกครั้งที่พบคลัสเตอร์ใหม่ๆ ก็มักจะสร้างความตื่นตระหนกให้กับผู้คนในสังคมเสมอ ไม่ว่าจะเป็นยอดตัวเลขผู้ติดเชื้อต่อวันที่พุ่งสูงขึ้น ตัวเลขผู้เสียชีวิตที่เพิ่มขึ้น รวมไปถึงการประกาศสถานการณ์พิเศษเพื่อรับมือกับการระบาดของโรคจากรัฐบาล รวมถึงตัวเลขมูลค่าการสูญเสียทางเศรษฐกิจที่ชวนให้ใจหาย

ณ ขณะนี้เราอยู่กับคำถามว่า “ฉันติดหรือยัง?” กันมาเป็นปีแล้ว แน่นอนว่าหนทางเดียวที่จะรู้ได้ก็คือการเข้ารับการตรวจหาเชื้อโควิด-19 นั่นเอง ซึ่งหลายคนอาจจะมีข้อสงสัยหลายๆ อย่าง เช่น ตรวจโควิดราคาเท่าไหร่ ขั้นตอนการตรวจโควิดเป็นแบบไหน ต้องรอผลนานแค่ไหน ฯลฯ ในบทความนี้ Healthier จะมาแชร์ข้อมูลล่าสุด (อัพเดทวันที่ 19 ตุลาคม 2564) ให้รู้กัน!

ตรวจโควิด-19 ราคาเท่าไหร่?

ราคาเริ่มต้น 1,000 – 6,000 บาท ขึ้นอยู่กับวิธีการตรวจที่เลือกและการตั้งราคาของโรงพยาบาล/แล็บเทคนิคการแพทย์ที่คุณเลือกใช้บริการ

การตรวจโควิด-19 มีกี่แบบ?

ถ้าคุณเป็นหนึ่งในคนที่คิดจะเสียเงินตรวจโควิดเอง และยอมออกไปเผชิญความเสี่ยงนอกบ้านเพื่อตรวจหาเชื้อโควิด เราขอแนะนำให้คุณทำการบ้านเพิ่มอีกสักนิดเกี่ยวกับวิธีการตรวจโควิด เพราะเทคนิคการตรวจแต่ละวิธีที่มีในประเทศไทยตอนนี้มีประสิทธิภาพแตกต่างกันมาก

หากแบ่งให้เข้าใจง่ายๆ ตามวิธีการตรวจก็น่าจะกล่าวได้ว่า การตรวจหาเชื้อโควิด-19 ในปัจจุบันนี้มีทั้งหมด 3 แบบด้วยกัน ได้แก่

1. การตรวจหาเชื้อไวรัสโดยตรงโดยใช้วิธี RT-PCR

ตรวจโควิดราคาเท่าไหร่

คือการตรวจหาเชื้อไวรัสโดยใช้หลักการ Nucleic Acid Amplification Tests (NAATs) หรือการวินิจฉัยเชื้อไวรัสด้วยวิธีการตรวจโดยการเพิ่มปริมาณสารพันธุกรรมของไวรัสในตัวอย่างเชื้อที่ส่งตรวจ ซึ่งวิธีการที่แนะนำโดยองค์กรอนามัยโลกก็คือ วิธี RT-PCR หรือ Reverse Transcriptase Polymerase Chain Reaction

แล้ว RT-PCR คืออะไร?

คือการใช้เทคนิคที่ใช้เอนไซม์ Reverse Transcriptase เปลี่ยน RNA ของไวรัสให้เป็น DNA (เพราะโคโรน่าไวรัสไม่มี DNA มีแต่ RNA เท่านั้น) จากนั้นจะใช้เครื่อง PCR (เครื่องเพิ่มปริมาณสารพันธุกรรม) คัดลอกชิ้นส่วนดีเอ็นเอของไวรัสให้มีปริมาณมากขึ้นในเวลาที่รวดเร็ว โดยเพิ่มปริมาณขึ้นเป็นแสนๆ เท่าเพื่อให้มากพอที่จะวิเคราะห์ DNA ได้

การตรวจโรคโควิด-19 ด้วยวิธี RT-PCR เป็นวิธีการตรวจโควิดที่ให้ผลแม่นยำมากที่สุดในขณะนี้และเป็นวิธีมาตรฐานในการตรวจโควิด โดยสามารถตรวจได้ทั้งเคสที่เรากำลังติดเชื้ออยู่ไม่ว่าจะแสดงอาการหรือไม่ก็ตาม รวมถึงเคสที่เราเคยเป็นผู้ติดเชื้อและหายดีแล้วก็ยังสามารถถูกตรวจพบได้ โดยราคาในการตรวจโควิดแบบ RT-PCR ตามโรงพยาบาลต่างๆ มักจะเริ่มต้นตั้งที่ 2,xxx บาทเป็นต้นไป

2. การตรวจหาแอนติเจน (Antigen) หรือภูมิคุ้มกัน (Antibody) ของร่างกายโดยใช้ชุดทดสอบแบบรวดเร็ว (Rapid Test)

rapid test

Rapid Test หรือ Rapid Diagnostic Test (RDT) เป็นชุดทดสอบอย่างง่ายในการตรวจหาเชื้อต่างๆ ปกติแล้วมักจะใช้ในการตรวจขั้นตอนเพื่อคัดกรองผู้ป่วย หรือใช้ในกรณีที่มีสถานการณ์ฉุกเฉินและโรงพยาบาลมี Resource จำกัด เป็นการตรวจแบบที่รู้ผลเร็วมาก ส่วนใหญ่จะใช้เวลาไม่เกิน 20 นาที

Rapid Test สำหรับตรวจโควิด-19 ที่มีในประเทศไทย ณ ตอนนี้มีอยู่ 2 แบบคือ

1. ATK: Antigen Test Kit หรือชุดตรวจแอนติเจน

เป็นชุดตรวจแบบที่องค์การอาหารและยาได้อนุญาตให้วางขายได้ตามร้านขายยาทั่วไป โดยมีให้เลือกประมาณ 20+ ยี่ห้อ ราคาอยู่ที่ราวๆ 200 – 400 บาทต่อ 1 กล่อง โดยในกล่องจะมีหลอดใส่น้ำยาสำหรับทดสอบ ฝาหลอด ตลับทดสอบ ก้านสำลีสำหรับ Swab 2 ก้าน และเอกสารกำกับชุดตรวจ

หลักการของชุดตรวจชนิดนี้คือ ตรวจหาแอนติเจนซึ่งเป็นโปรตีนเยื่อหุ้มผิวของไวรัส ซึ่งหากตรวจพบก็แปลว่าผู้ป่วยได้รับเชื้อแล้ว

2. Antibody Test Kit หรือชุดตรวจภูมิคุ้มกัน

เป็นชุดตรวจแบบที่ให้บริการตรวจเฉพาะในสถานพยาบาลเท่านั้น ราคาในการตรวจ 1 ครั้งอยู่ที่ราวๆ 1,1xx- 1,5xx บาท

Antibody Test Kit จะใช้ในการตรวจหา Antibody หรือภูมิคุ้มกันที่ร่างกายสร้างขึ้นมาเมื่อได้รับเชื้อไวรัส หากตรวจพบก็แสดงว่าร่างกายมีการติดเชื้อมาระยะหนึ่งแล้ว จนถึงขั้นที่สามารถสร้างภมิคุ้มกันต่อไวรัสขึ้นมาได้ มีความแม่นยำน้อยกว่าการตรวจด้วยชุดตรวจแอนติเจน

ข้อแตกต่างในการตรวจโควิด-19 แต่ละแบบ

ข้อแตกต่างRT-PCRAntigen Test KitAntibody Test Kit
การเก็บตัวอย่างเชื้อSwab จมูกเพื่อใช้ตัวอย่างสารคัดหลั่งจากระบบทางเดินหายใจในการตรวจเพื่อหาเชื้อไวรัสเจาะเลือดเพื่อใช้ตัวอย่างเลือด/ Swab สารคัดคลั่งเพื่อตรวจหาแอนติเจนของไวรัสเจาะเลือดเพื่อใช้ตัวอย่างเลือดเพื่อตรวจหาภูมิคุ้มกันของร่างกาย
ระยะเวลาในการตรวจ3 – 5 ชั่วโมง15 – 30 นาที15 – 30 นาที
ความแม่นยำของผลตรวจแม่นยำกว่า Rapid Testแม่นยำน้อยกว่า PCR แต่มากกว่า Antibodyแม่นยำน้อยกว่า Antigen
เมื่อตรวจตอนเพิ่งได้รับเชื้อตรวจไม่เจอ เพราะต้องรอให้เชื้อมีปริมาณมากพอก่อนตรวจไม่เจอ เพราะต้องรอให้เชื้อมีปริมาณมากพอก่อนตรวจไม่เจอ เพราะร่างกายยังไม่สร้างภูมิคุ้มกัน
เมื่อตรวจ 3 – 5 วันหลังได้รับเชื้อตรวจเจอตรวจเจอตรวจไม่เจอ เพราะร่างกายยังไม่สร้างภูมิคุ้มกัน
เมื่อตรวจ 5-7 วันหลังได้รับเชื้อตรวจเจอตรวจเจอตรวจไม่เจอ เพราะร่างกายยังไม่สร้างภูมิคุ้มกัน
เมื่อตรวจหลังรับเชื้อมาเกิน 7 วันตรวจเจอบางรายอาจตรวจไม่เจอแล้ว เพราะภูมิคุ้มกันร่างกายจัดการเชื้อได้เร็วบางรายอาจเริ่มตรวจเจอ เนื่องจากร่างกายเริ่มสร้างภูมิคุ้มกันได้แล้ว
เมื่อตรวจหลังรับเชื้อมาเกิน 14 วันตรวจเจอซากเชื้อตรวจไม่เจอตรวจเจอ
ปัจจัยที่ส่งผลต่อความแม่นยำมีความแม่นยำสูงสุด เพราะสามารถตรวจหาเชื้อไวรัสได้ในไม่กี่วันหลังจากได้รับเชื้อ แต่หากเพิ่งเริ่มติดเชื้อก็มีโอกาสตรวจไม่เจอได้ เพราะปริมาณเชื้อไม่เพียงพอมีความแม่นยำสูง เพราะสามารถตรวจหาเชื้อไวรัสได้ในไม่กี่วันหลังจากได้รับเชื้อ แต่ในคนที่ร่างกายแข็งแรง ภูมิคุ้มกันก็อาจจะจัดการเชื้อได้เร็วจนตรวจไม่เจอ แต่อาจจะติดไปแล้วและแพร่เชื้อให้คนอื่นไปแล้วมีความแม่นยำน้อย เพราะต้องรอให้ร่างกายได้รับไวรัสมาแล้วระยะหนึ่ง จนกระทั่งสร้างภูมิคุ้มกันได้จึงจะตรวจเจอ ซึ่งโดยมากมักจะป่วยจนเริ่มทุเลาแล้ว หากตรวจในผู้ที่ไม่แสดงอาการ มีโอกาสสูงมากที่จะไม่เจอ
ตารางเปรียบเทียบความแตกต่างในการตรวจโควิด-19 แต่ละแบบ

ขั้นตอนการตรวจโควิด-19 ด้วยวิธี RT-PCR

swab ตรวจโควิด

1. การเก็บตัวอย่างเชื้อ

การตรวจแบบ RT-PCR จะนิยมเก็บตัวอย่างเชื้อจากเนื้อเยื่อหลังโพรงจมูกโดยใช้ก้าน Swab ใส่เข้าไปในโพรงจมูก และจะต้องแช่ก้านไว้ประมาณ 10-15 วินาทีเพื่อให้ตัวอย่างซึมเข้าก่อน (ซึ่งอาจจะทำให้ผู้ที่เข้ารับการตรวจรู้สึกเจ็บเล็กน้อย) หลังจากนั้นจะมีการส่งตัวอย่างไปยังห้องแล็บด้วยความระมัดระวังอย่างสูงเพื่อไม่ให้เกิดการปนเปื้อน

2. การสกัด

เจ้าหน้าที่จะนำตัวอย่างเชื้อที่ได้ไปเข้ากระบวนการการสกัด โดยใช้ชุดน้ำยาสกัดยีโนมของไวรัสซึ่งเป็นชนิด RNA จากตัวอย่างเชื้อที่ได้มาจากขั้นตอนแรก จากนั้นจึงสังเคราะห์ RNA ให้เป็น cDNA โดยอาศัยเอนไซม์ Reverse Transcriptase

3. การทำ PCR

ขั้นตอนนี้คือการเพิ่มจำนวน DNA ส่วนที่ต้องการตรวจสอบด้วยน้ำยาที่มีจำเพาะกับไวรัส SARS-CoV-2 และติดฉลากด้วยสีฟลูออเรสเซนต์ โดยใช้เครื่อง PCR (Thermal Cycler) ทำอุณหภูมิที่เหมาะสมต่อการเพิ่มปริมาณ DNA และตรวจวัด DNA ของไวรัสที่เพิ่มขึ้น จากนั้นจะวัดผลการทดสอบจากความเข้มของแสงฟลูออเรสเซนต์ สามารถอ่านผลได้ทั้งแบบพบ/ไม่พบไวรัส รวมถึงปริมาณไวรัสที่พบ

เครื่องทำ PCR
หน้าตาของ PCR Machine หรือ Thermal Cycler

ขั้นตอนการตรวจโควิด-19 ด้วยชุดทดสอบแบบเร็ว

1. เก็บตัวอย่างเชื้อ

สำหรับชุดตรวจ Antigen Test Kit จะใช้วิธี Swab สารคัดหลั่งในโพรงจมูก ส่วนการตรวจด้วย Antibody Test Kit จะใช้วิธีการเจาะเลือดเพื่อเก็บตัวอย่างเลือด

2. ใช้ชุดตรวจในการตรวจหา Antigen หรือ Antibody

หลังจากได้ตัวอย่างเชื้อจากผู้ป่วยมาแล้ว เจ้าหน้าที่จะหยดตัวอย่างลงบน Sample Pad ของชุดทดสอบที่ประกอบด้วยน้ำยาที่มีความจำเพาะต่อไวรัส SARS-CoV-2 และ Antigen หรือ Antibody ของ SARS-CoV-2​

หากมีการติดเชื้อเกิดขึ้นแล้ว Antigen หรือ Antibody จากตัวอย่างเลือดก็จะทำปฏิกิริยาต่อ Antigen หรือ Antibody ที่มีอยู่ในชุดทดสอบ ซึ่งจะอ่านผลได้ในภายใน 15 – 30 นาที

ทั้งนี้ต้องไม่ลืมว่า แอนติเจนนั้นสามารถตรวจพบได้ตั้งแต่วันแรกๆ ที่ได้รับเชื้อ จึงสามารถใช้ตรวจผู้ติดเชื้อที่ยังไม่แสดงอาการได้ แต่ในขณะเดียวกันก็มีโอกาสในระดับหนึ่งที่จะตรวจไม่เจอหากผู้ป่วยแสดงอาการมาระยะหนึ่งแล้ว ในขณะที่การตรวจหาภูมิคุ้มกันนั้น ร่างกายต้องได้รับเชื้อมาแล้ว 5-7 วันขึ้นไปจึงจะสามารถตรวจพบได้ จึงเหมาะกับผู้ป่วยที่แสดงอาการป่วยอย่างชัดเจนแล้ว หากตรวจตั้งแต่ยังไม่แสดงอาการ อาจจะได้ผลเป็นลบแม้ว่าจะมีการติดเชื้อไปแล้วก็ตาม

ได้ผลแล้วอย่าเพิ่งวางใจ! มารู้จักกับผลปลอมแบบ False Negative และ False Positive

ผลตรวจโควิด

รู้ไหมว่า การที่ผลตรวจออกมาเป็นลบนั้นยังไม่สามารถยืนยันได้ 100% ว่าเราไม่มีเชื้อไวรัสโควิด-19!

False Negative คืออะไร?

False Negative หรือผลลบปลอม คือการที่ผลตรวจหาเชื้อออกมาเป็นลบทั้งๆ ที่ความจริงๆ แล้วร่างกายเราได้รับเชื้อมาแล้ว ซึ่งปัจจัยหลักๆ ในการเกิดผลลบปลอมก็คือระยะเวลาที่ไปตรวจหลังได้รับเชื้อ บทความของ Harvard Medical School ระบุว่าโอกาสที่จะเกิดผลลบปลอมหลังจาก 5 วันแรกที่ได้รับเชื้อนั้นอยู่ที่ราวๆ 20% และจะสูงยิ่งขึ้นหากผู้ติดเชื้อเข้ารับการตรวจตั้งแต่วันแรกๆ ที่ได้รับเชื้อ

​นอกจากนี้ มีความเป็นไปได้อีกเช่นกันว่า เราอาจจะได้รับเชื้อหลังจากวันที่เก็บตัวอย่างไปแล้ว ดังนั้นแม้ผลตรวจครั้งแรกจะออกมาเป็นลบ แต่ถ้ามีอาการที่แสดงถึงการติดเชื้อโควิด-19 ก็ควรรีบไปตรวจซ้ำอีกครั้งทันที

False Positive คืออะไร?

False Positive หรือผลบวกปลอม คือการที่ผลตรวจบอกว่าเราติดเชื้อ ทั้งๆ ที่จริงๆ แล้วเราไม่ได้ติด! ฟังดูน่าตกใจ แต่จริงๆ แล้วเคสนี้เกิดขึ้นน้อยมากๆ และมักจะเกิดจากความผิดพลาดระหว่างกระบวนการเก็บตัวอย่างเชื้อ และกระบวนการต่างๆ ในห้องแล็บ เช่น ตัวอย่างเชื้อมีการปนเปื้อน เป็นต้น

ตรวจโควิด-19 ฟรีมีจริงหรือ?

หลายคนอาจจะกำลังกังวลกับค่าใช้จ่ายที่ต้องใช้ในการตรวจโควิด-19 อยู่ ซึ่งจริงๆ แล้วตอนนี้คนไทยทุกคนที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงตามเกณฑ์ของกรมควบคุมโรคสามารถเข้ารับการตรวจเชื้อโควิด-19 ได้ฟรีโดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ซึ่งคนที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงจะต้องเข้าข่ายต่อไปนี้

1. มีทั้งอาการบ่งชี้ว่าติดเชื้อโควิด-19 และมีปัจจัยเสี่ยงติดเชื้อ

  • มีอาการบ่งชี้ว่าติดเชื้อโควิด-19 เช่น มีไข้ ไอ อ่อนเพลีย ผื่นขึ้น ฯลฯ
  • มีปัจจัยเสี่ยง
    • สัมผัสกับผู้ติดเชื้อ
    • เคยเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆ ที่ยืนยันแล้วว่าเคยมีผู้ป่วยโควิดภายใน 1 เดือน
    • เคยเดินทางไปยังประเทศที่มีการระบาดของโควิด-19 ภายใน 1 เดือน
    • เป็นเจ้าหน้าที่ที่ทำงานในสถานกักกันโรค
    • แพทย์ผู้ตรวจรักษาสงสัยว่าติดเชื้อโควิด-19

2. ไม่มีอาการบ่งชี้ แต่มีการสัมผัสกับผู้ติดเชื้อโควิด-19 หรือไปในสถานที่ที่มีการประกาศแล้วว่ามีผู้ติดโควิด-19

ตอบปัญหาสุขภาพ

ตอบคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการตรวจโควิด-19

1. ตรวจโควิด-19 ที่ไหนดี?

สามารถเข้าไปตรวจได้ที่โรงพยาบาลรัฐและเอกชน รวมถึงแล็บเทคนิคทางการแพทย์ทั่วประเทศ สามารถเช็ครายชื่อสถานที่หน่วยงานที่รับตรวจโควิด-19 และได้รับการรับรองจากกรมควบคุมโรคได้ที่ https://service.dmsc.moph.go.th/labscovid19/

2. ควรตรวจโควิด-19 กี่วันหลังจากติดเชื้อ?

หากไปในสถานที่เสี่ยงมา หรือสถานที่ที่มีการประกาศว่ามีผู้ติดเชื้อ ควรกักตัวทันที รอประมาณ 2-3 วันเพื่อให้เชื้อมีปริมาณมากพอที่จะตรวจเจอ แล้วจึงไปตรวจหาเชื้อด้วยวิธี RT-PCR หรือใช้ Antigen Test Kit ตรวจที่บ้าน

3. อยากตรวจโควิด-19 ซ้ำควรรอกี่วัน?

ควรอย่างน้อย 3-5 วันแล้วไปตรวจซ้ำ เนื่องจากเป็นระยะเวลาที่เหมาะสมในการเริ่มฟักตัวของเชื้อ ทำให้มีปริมาณเชื้อมากพอให้ตรวจพบ หากมี Antigen Test Kit ที่บ้าน สามารถใช้ตรวจวันเว้นวันได้

  • Get Healthier — อ่าน Healthier
cookie

Healthier ใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสบการณ์ของผู้ใช้ให้ดียิ่งขึ้น เราจะทำงานอย่างดีที่สุดเพื่อรักษาความลับและข้อมูลส่วนบุคคลของคุณให้ปลอดภัย