ช่วยตัวเองบ่อยๆ ดีไหม? | เพศไหนช่วยตัวเองบ่อยกว่ากัน? | วิธีช่วยตัวเองสำหรับผู้ชาย | วิธีช่วยตัวเองสำหรับผู้หญิง | ข้อดีของการช่วยตัวเอง | ข้อเสียของการช่วยตัวเอง | ช่วยตัวเองทุกวันอันตรายไหม? | ช่วยตัวเองผิดไหม? | ช่วยตัวเองให้แฟนถือว่ามีเซ็กซ์หรือยัง? | ทำไมช่วยตัวเองแล้วปวดหัว? | คนท้องช่วยตัวเองได้ไหม? | ตอบคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการช่วยตัวเอง

การช่วยตัวเอง (Masturbation, Self-Pleasuring) คือการกระตุ้นอารมณ์ทางเพศผ่านการสัมผัส หรือเสียดสีจุดต่างๆ บนร่างกาย เช่น อวัยวะเพศ ถุงอัณฑะ คลิตอริส หน้าอก หรือทวารหนัก เป็นกิจกรรมตามธรรมชาติที่เกิดขึ้นได้กับคนทุกเพศ ทุกวัย ทุกเชื้อชาติ ทุกชนชั้น ที่นอกจากจะสร้างความสุขสมจากการถึงจุดสุดยอด (Orgasm) แล้ว ยังเป็นหนทางหนึ่งในการสำรวจร่างกายของตัวเอง และปลดเปลื้องความเครียดทางเพศ (Sexual Tension) รวมถึงกระชับความสัมพันธ์ระหว่างคู่รักผ่านการช่วยกันหรือผลัดกันช่วยตัวเอง (Mutual Masturbation) ได้อีกด้วย 

เราอาจจะเคยถูกสอนให้เชื่อว่าการช่วยตัวเองเป็นเรื่องผิด หรือน่าอาย รวมถึงก่อปัญหาสุขภาพกายและใจหลายๆ อย่าง แต่ในความเป็นจริงแล้ว นับแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ไม่เคยมีงานวิจัยใดกล่าวถึงอาการผิดปกติทางจิตที่เกิดจากการช่วยตัวเองเลย อีกทั้งการช่วยตัวเองก็ไม่ได้มีอันตรายต่อร่างกาย และไม่มีผลข้างเคียงใดๆ

พูดง่ายๆ ก็คือ การช่วยตัวเองเป็นเรื่องธรรมดาสามัญ ทุกคนทำกันทั่วไป คุณไม่ได้แปลกกว่าคนอื่น แถมมันยังเป็นกิจกรรมที่สนุกและบ่งบอกถึงการมีสุขภาวะทางเพศที่ดีอีกด้วย

ช่วยตัวเองบ่อย

ช่วยตัวเองบ่อยๆ ดีไหม?

คำว่าบ่อยของแต่ละคนอาจจะไม่เหมือนกัน และยังไม่เคยมีงานวิจัยที่สรุปออกมาเป็นตัวเลขอย่างชัดเจนว่าคนเราควรจะช่วยตัวเองบ่อยแค่ไหน แต่เคยมีงานวิจัยในปี 2016 ที่เก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างเพศชายราว 32,000 คน และพบว่าการที่ผู้ชายหลั่งน้ำกาม (Ejaculate) 21 ครั้งขึ้นไปต่อเดือนจะช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากได้

หากการหลั่งน้ำกามเดือนละมากกว่า 21 ครั้งถือว่าบ่อย ฉะนั้นก็ต้องบอกว่าการช่วยตัวเองบ่อย ดูเหมือนจะมีข้อดีแล้วอย่างน้อย 1 ข้อ คือช่วยลดความเสี่ยงมะเร็งต่อมลูกหมากได้!

อันที่จริงแล้ว การช่วยตัวเองสามารถทำได้บ่อยเท่าที่ร่างกายรับไหว และไม่กระทบกับการใช้ชีวิตประจำวันในด้านอื่นๆ รวมถึงต้องไม่หมกมุ่นกับการช่วยตัวเองมากเกินไปจนกลายเป็นเสพติด (Masturbation Addiction) เช่น เริ่มพบปะสังสรรค์กับเพื่อนๆ น้อยลง เก็บตัวอยู่บ้านมากขึ้นเพื่อที่จะช่วยตัวเอง หรือเริ่มรบกวนความสัมพันธ์ปกติกับคู่รัก เป็นต้น แม้ว่าการเสพติดการช่วยตัวเองจะไม่ถูกระบุว่าเป็นอาการผิดปกติทางจิตเวช แต่ก็สามารถสร้างปัญหาในชีวิตประจำวันได้

ในทางตรงกันข้าม การช่วยตัวเองไม่บ่อยก็ไม่ได้มีผลเสียอะไรเช่นกัน คนเรามีความชื่นชอบต่างกัน บางคนอาจจะอยากช่วยตัวเองวันละครั้ง ในขณะที่บางคนอาจจะต้องการอาทิตย์ละครั้ง หรือเดือนละครั้งก็ได้

ผู้หญิงกับผู้ชาย ใครช่วยตัวเองบ่อยกว่ากัน?

เห็นคำถามปุ๊ป หลายคนก็ตั้งสมมุติฐานขึ้นมาทันทีว่าผู้ชายจะต้องช่วยตัวเองบ่อยกว่าผู้หญิงแน่ๆ ช่วยไม่ได้ที่การบอกว่า ‘ผู้ชายช่วยตัวเอง’ ฟังดูเป็นสิ่งสามัญในสังคมไทยมากกว่าการบอกว่า ‘ผู้หญิงช่วยตัวเอง’ แม้ว่าจริงๆ แล้วทั้งสองเพศต่างก็มีความต้องการปลดปล่อยอารมณ์ทางเพศกันทั้งคู่ก็ตาม

study-masturbation-frequency
Infographic จาก fivethirtyeight.com

ถ้าคุณเป็นอีกคนที่เดาว่าผู้ชายจะช่วยตัวเองบ่อยกว่าผู้หญิง ขอบอกเลยว่าคำตอบไม่มีอะไรพลิกล็อก งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยอินเดียนา สหรัฐอเมริกา ได้เก็บข้อมูลพฤติกรรมทางเพศจากกลุ่มตัวอย่างชาวอเมริกันทั้งหมด 5,865 คน ที่มีอายุตั้งแต่ 14 – 94 ปี พบว่าในบรรดากลุ่มคนที่ช่วยตัวเองบ่อยที่สุด (ซึ่งงานวิจัยตั้งไว้ที่มากกว่า 4 ครั้งต่อสัปดาห์) คือผู้ชายที่มีอายุระหว่าง 25-29 ปี ถือเป็น 20.1% ของกลุ่ม ในขณะที่ผู้หญิงที่มีอายุระหว่าง 25-29 ปี มีเพียง 5% เท่านั้นที่ช่วยตัวเองมากกว่า 4 ครั้งต่อสัปดาห์ และดูเหมือนว่าส่วนใหญ่แล้วพวกเธอจะช่วยตัวเองกันแค่เดือนละครั้ง หรือปีละไม่กี่ครั้งเท่านั้นเอง!

และคำตอบส่วนใหญ่ของผู้หญิงในทุกๆ ช่วงอายุก็คือ “Not in a past year” ซึ่งบอกว่าพวกเธอไม่ได้ช่วยตัวเองเลยสักครั้งเดียวในปีที่ผ่านมา หรือหากพวกเธอช่วยตัวเอง ก็อาจจะแค่เดือนละครั้งหรือปีละไม่กี่ครั้ง ในขณะที่ผู้ชายอายุต่ำกว่า 60 ปีจะช่วยตัวเองประมาณอาทิตย์ละ 2-3 ครั้ง หรือเดือนละไม่กี่ครั้งเป็นส่วนใหญ่ สิ่งเดียวที่สอดคล้องกันระหว่างผลลัพธ์ที่ได้จากเพศชายและเพศหญิงคือ ทั้ง 2 เพศต่างช่วยตัวเองน้อยลง หรือไม่ช่วยตัวเองเลยเมื่อเข้าสู่วัย 60 ปีเป็นต้นไป

แม้งานวิจัยนี้จะไม่ได้ทำขึ้นในประเทศไทย แต่ก็น่าจะทำให้เห็นภาพที่ชัดเจนขึ้นมากว่า ความถี่การช่วยตัวเองของผู้ชายและผู้หญิงนั้นแตกต่างกันอย่างมาก

บทความอื่นๆ ที่คุณอาจสนใจ
ยาคุมฉุกเฉิน – วิธีกินยาคุมฉุกเฉินที่ถูกต้อง และผลข้างเคียงหลังใช้!
โรคกลัวรู (Trypophobia) คืออะไร? เช็คสาเหตุ อาการ และการรักษาโรคกลัวรู
Amoxicillin (อะม็อกซีซิลลิน) คือยาอะไร? วิธีใช้ ผลข้างเคียง ข้อควรระวัง
กรดโฟลิก (Folic Acid) คืออะไร? ทำไมคนท้องต้องกินกรดโฟลิก?

ผู้ชายช่วยตัวเองยังไง?

1. ใช้มือรูดชักอวัยวะเพศ

พอพูดถึงการช่วยตัวเองของผู้ชาย แน่นอนว่าภาพแรกในหัวของทุกคนคือการรูดชักอวัยวะเพศจากโคนถึงปลายเป็นจังหวะจนสำเร็จความใคร่ หรือที่เรียกกันว่า ‘ชักว่าว’ ซึ่งก็เป็นวิธีที่ผู้ชายส่วนใหญ่ทำเป็นปกติ แต่คุณยังสามารถเพิ่มความตื่นเต้นและรู้สึกดีกว่าเดิมได้ด้วยการลองใช้วิธีต่อไปนี้

sex toy สำหรับผู้ชาย

2. ใช้ Sex Toy

ของเล่นสำหรับผู้ชายนั้นมีให้เลือกมากมายหลายแบบ เช่น

Tips: เชื่อว่า Straight Men อาจจะไม่อยากค่อยชอบไอเดียการใช้ Butt Plug ซึ่งจริงๆ แล้วไม่ได้น่ากลัว (มีหลายขนาดให้เลือก) และไม่เห็นจะเสียหายตรงไหน เพราะการใช้ Sex Toy สอดใส่ทางทวารหนักไม่ได้ทำให้คุณเป็นเกย์

เคยมีนักเขียนชายแชร์ประสบการณ์การใช้ Butt Plug ช่วยตัวเองครั้งแรกในชีวิตไว้อย่างน่าสนใจมากบนเว็บไซต์ Men’s Health สามารถคลิกลิงก์เพื่ออ่านได้เลย

นอกเหนือจากที่กล่าวถึงข้างบนแล้ว ก็ยังมีอุปกรณ์อีกหลายแบบให้เลือก สิ่งสำคัญที่ควรคำนึงถึงคือความปลอดภัย อย่าทำอะไรที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย และควรศึกษาวิธีใช้อุปกรณ์แต่ละประเภทให้ดี เพราะหากผิดพลาดขึ้นมาอาจกลายเป็นฝันร้ายเลยทีเดียว

นอกจากนี้ การรักษาความสะอาดก็สำคัญอย่างมาก ควรล้างและเป่าอุปกรณ์ให้แห้งก่อน-หลังใช้งาน หรือใช้ที่ดูดซับความชื้นเพื่อป้องกันเชื้อรา

ผู้หญิงช่วยตัวเองยังไง?

จุดเสียวของผู้หญิง

ทำความรู้จักจุดกระตุ้นอารมณ์ (Erogenous Zones) หรือ ‘จุดเสียว’ ของตัวเอง

ปกติแล้วจุดที่สัมผัสแล้วนำไปสู่จุดสุดยอดได้ง่ายที่สุดก็คือ คลิตอริส (Clitoris) หรือที่มักเรียกว่า C-Spot เนื่องจากเป็นจุดที่อยู่ภายนอกและเป็นจุดรวมเส้นประสาทนับพัน ทำให้สามารถสัมผัสด้วยตัวเองได้ง่ายแถมยังเกิดความรู้สึกมากอีกด้วย

แต่การสัมผัสจุดกระตุ้นอารมณ์อื่นๆ ก็ทำให้รู้สึกดีได้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นช่องคลอด ทวารหนัก หัวนม ต้นขาด้านใน ใบหู ซอกคอ ลองลูบไล้ กด คลึง หรือบีบเค้นจุดต่างๆ เหล่านี้ เปิดเพลงคลอเบาๆ พร้อมกับจินตนาการสุดบรรเจิดของคุณเอง ก็สามารถสร้างความเพลิดเพลินได้อย่างมากทีเดียว

วิธีช่วยตัวเองสำหรับผู้หญิง

1. ช่วยตัวเองด้วยนิ้ว

Tips: ลองทาเจลหล่อลื่นที่คลิตอริสตั้งแต่ตอนเริ่มเลยก็ได้ เพราะจะช่วยทำให้สัมผัสจากนิ้วลื่นไหลกว่าเดิม และไม่ทำให้รู้สึกเจ็บคลิตอริสจากการเสียดสีด้วย

Tips: ผู้หญิงหลายคนมักไม่ถึงจุดสุดยอดจากการสอดใส่ (Vaginal Orgasm) อาจจะลองกระตุ้นจุด G-Spot ซึ่งเป็นจุดกึ่งกลางระหว่างปากช่องคลอดกับปากมดลูก ห่างจากช่องคลอดประมาณ 2.5 – 5 เซนติเมตร

การกระตุ้น G-Spot ทำได้ด้วยการสอดนิ้วชี้และนิ้วกลางเข้าไปในช่องคลอด จากนั้นหงายฝ่ามือขึ้นและงอนิ้วเข้าเพื่อให้ปลายนิ้วครูดไถกับกับผนังด้านบนช่องคลอด แล้วขยับนิ้วเข้าออกอย่างต่อเนื่อง แบบนี้จะช่วยกระตุ้น G-Spot ได้เป็นอย่างดี และยิ่งหากทำในท่านอนคว่ำก็จะช่วยให้กระตุ้นได้ง่ายขึ้นอีก เพราะน้ำหนักตัวของเราจะช่วยกดทับ ทำให้รู้สึกถึงตำแหน่ง G-Spot ได้ง่ายขึ้น

และถ้าอยากรู้สึกมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม ลองกระตุ้นคลิตอริสไปด้วยพร้อมๆ กัน อาจจะลองใช้เซ็กซ์ทอยเป็นตัวช่วยก็ได้

ผู้หญิงช่วยตัวเอง

2. ช่วยตัวเองด้วย Sex Toy

Sex Toy สำหรับผู้หญิงมีหลายรูปแบบ เช่น

Tips: ควรเลือกซื้อ Sex Toy ที่ทำจากวัสดุที่ดี เนื้อไม่แข็งกระด้างบาดผิว หรือแตกหักง่าย (พูดง่ายๆ.. อย่าใช้ของจีนแดงขายเหมาโหลถูกๆ เลย) การทำความสะอาดเซ็กซ์ทอยและเป่าให้แห้งทุกครั้งก่อน-หลังใช้งาน และควรใช้ร่วมกับถุงยางอนามัยทุกครั้งเพื่อป้องกันการติดเชื้อ

3. ช่วยตัวเองด้วยฝักบัว/สายฉีดชำระ

การช่วยตัวเองด้วยฝักบัวหรือสายฉีดชำระก็ถือเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ผู้หญิงมักใช้ช่วยตัวเอง หลายๆ คนอาจจะค้นพบวิธีนี้ด้วยความบังเอิญด้วยซ้ำ วิธีการก็คือให้ฉีดน้ำไปกระตุ้นที่คลิตอริส ระวังอย่าให้น้ำแรงเกินไปจนเจ็บ และอุณหภูมิของน้ำควรพอเหมาะ ไม่ร้อนหรือเย็นเกินไป และระวังอย่าให้น้ำไหลเข้าไปในช่องคลอด เพราะอาจเกิดการติดเชื้อได้

4. ช่วยตัวเองด้วยหมอนข้าง

เป็นอีกหนึ่งวิธีช่วยตัวเองที่พบได้บ่อย วิธีการคือกอดหมอนข้างแน่นๆ จากนั้นเสียดสีอวัยวะเพศเข้ากับหมอนข้างเพื่อกระตุ้นคลิตอริส โดยอาจจะใช้มือแหวกอวัยวะเพศออกก่อนเล็กน้อยเพื่อให้คลิตอริสถูกหมอนกดเน้นโดยตรง การช่วยตัวเองแบบนี้สามารถทำได้ในท่านอนตะแคง ท่านอนคว่ำ รวมถึงท่า Woman on Top

นอกจากนี้ ผู้หญิงบางคนอาจจะชอบขมิบหรือบีบรัดขาเข้าหากันแน่นๆ เพื่อกระตุ้นคลิตอริส ไปจนถึงใช้อุปกรณ์อื่นๆ ซึ่งสามารถทำได้เช่นกัน และควรคำนึงถึงความปลอดภัยและสุขอนามัยด้วย

ข้อดีของการช่วยตัวเอง

ข้อดีของการช่วยตัวเอง

ข้อเสียของการช่วยตัวเอง

แม้ว่าการช่วยตัวเองในคนที่สุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์และทำอย่างเหมาะสมจะไม่ก่อปัญหาอะไร แต่ในบางคนก็อาจจะเกิดอาการไม่พึงประสงค์หรือความรู้สึกไม่ดีจากการช่วยตัวเองได้เช่นกัน เช่น

ช่วยตัวเองทุกวันอันตรายไหม?

หากหมายถึงอันตรายต่อสุขภาพ การช่วยตัวเอง (อย่างระมัดระวัง) ทุกวัน ไม่ได้ก่อให้เกิดอันตรายใดๆ ต่อสุขภาพกายและใจ มีผู้ชายจำนวนมากที่ช่วยตัวเองทุกวันหรือเกือบทุกวัน และไม่เคยมีประสบการณ์ฝันเปียก (Wet Dream) เลย แต่หากการช่วยตัวเองเริ่มกลายเป็นความหมกมุ่น นั่นอาจเป็นสัญญาณของการเสพติดการช่วยตัวเอง

ถามว่าเป็นเรื่องที่ต้องกังวลมากๆ ไหม? จริงๆ แล้วก็อาจจะไม่ขนาดนั้น เพราะคนเราสามารถ ‘ติด’ กิจกรรมบางอย่างได้ เช่น ติดเกม ติดซีรี่ส์ ฯลฯ เพราะกิจกรรมดังกล่าวทำให้เกิดความสนุกเพลิดเพลิน แต่อาการติดนี้ควรจะรักษาระดับให้พอเหมาะพอดี ไม่รบกวนการใช้ชีวิตประจำวันจนเกินไป แต่หากเริ่มควบคุมไม่อยู่ เช่น ทำให้ขาดเรียน ลางาน ไม่อยากออกจากบ้าน ไม่อยากทำกิจกรรมอื่นๆ ฯลฯ อาจจะลองเริ่มปรึกษานักจิตวิทยาหรือจิตแพทย์

แม้จะการเสพติดการช่วยตัวเองจะไม่ได้ถือว่าเป็นอาการทางจิตเวชตามคู่มือการวินิจฉัยและสถิติสำหรับความผิดปกติทางจิต (Diagnostic and Statistical Manual of Mental Disorders, ย่อ: DSM) แต่หากไม่ได้รับการบำบัดอย่างถูกต้อง อาจพัฒนาไปสู่การเป็นโรคย้ำคิดย้ำทำ (Obsessive-Compulsive Disorder, ย่อ: OCD) ได้

ช่วยตัวเองผิดไหม?

หลายคนอาจเคยถูกปลูกฝังมาว่าการช่วยตัวเองเป็นเรื่องไม่ดี คนช่วยตัวเองคือคนหมกหมุ่นเรื่องเพศ และการช่วยตัวเองเป็นบาปอย่างหนึ่ง ซึ่งจริงๆ แล้วการช่วยตัวเองนั้นไม่ผิดต่อใครเลย และไม่ได้ทำให้เกิดผลเสียต่อใครด้วย

อาจมีบางวัฒนธรรมที่มองว่าการช่วยตัวเองเป็นเรื่องต้องห้าม (Taboo) ไม่ควรทำ และไม่ควรกล่าวถึง รวมถึงบางศาสนาที่มองว่าการช่วยตัวเองเป็นบาป แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องไม่ลืมว่า มนุษย์เกิดมาโดยมีจุดเร้าอารมณ์ทางเพศมากมายบนร่างกาย และเกิดมาพร้อมกับอวัยวะที่ทำให้เราสามารถช่วยตัวเองได้อย่างง่ายดาย หากพระเจ้าเป็นผู้สร้างมนุษย์ ทำไมเราจะต้องแปลเจตนาของพระองค์ไปในทิศทางอื่น?

ช่วยตัวเองให้แฟน

ช่วยตัวเองให้แฟนผิดไหม? ถือว่ามีเซ็กซ์หรือยัง?

หากไม่พร้อมมีเพศสัมพันธ์ การช่วยกันช่วยตัวเองหรือผลัดกันช่วยตัวเองถือว่าเป็นวิธีการสร้างความสุขและกระชับความสัมพันธ์ที่ปลอดภัยแบบหนึ่ง แต่จะนับว่าเป็นการมีเซ็กซ์หรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับการนิยามของแต่ละคน แม้แต่พจนานุกรมศัพท์ทางการแพทย์ยังนิยามไว้แตกต่างกัน บางคนมองว่าการมี Sex คือการสอดใส่จนเสร็จกิจ บางคนมองว่าการช่วยสำเร็จความใคร่ให้กัน ไม่ว่าจะถึงจุดสุดยอดหรือไม่ก็ถือว่ามี Sex แล้ว

หากอ้างอิงจาก Collins Dictionary of Medicine การร่วมเพศ (Sexual Intercourse) คือ “The totality of the physical and mental interplay between humans in which the explicit or implicit goal is bodily union and, ideally, the expression of love and affection.”

ขอแปลเป็นไทยว่า “ผลของการโต้ตอบกันทางกายและทางใจระหว่างบุคคล โดยมีเป้าหมายโดยตรงหรือโดยนัยเพื่อหลอมรวมกันทางกาย หรือเพื่อแสดงออกถึงความรักและความเสน่หา”

จะเห็นว่าเป็นการนิยามที่กินความกว้างมาก ซึ่งหากมองในแง่นี้ การจูบ การช่วยตัวเองให้กับคู่ของเรา การส่งข้อความหรือรูปเพื่อกระตุ้นอารมณ์ หรือ Sex Phone ก็ถือว่าเป็นการมีเซ็กซ์เช่นกัน

ช่วยตัวเองแล้วปวดหัว เกิดจากอะไร?

Sexual Headache หรืออาการปวดหัวบริเวณกะโหลกและคอหลังจากมีกิจกรรมทางเพศ อาจเกิดขึ้นได้หลังจากช่วยตัวเองหรือหลังจากถึงจุดสุดยอด ส่วนใหญ่มักมีอาการไม่รุนแรง เกิดขึ้นราวๆ 5-15 นาที และหายได้เอง แต่ในบางรายอาจจะปวดศีรษะนานหลายชั่วโมงหรือข้ามวัน โดยเกิดจากการขยายตัวของหลอดเลือด และมักพบได้มากในคนที่มีปัญหาปวดศีรษะจากความเครียด (Tension Headache) และปวดศรีษะไมเกรน (Migraine) มาก่อน

อาการนี้สามารถรักษาได้ด้วยยาแก้ปวด เช่น ไอบูโพรเฟน หรือพาราเซตามอล หากมีอาการปวดรุนแรงหรือปวดต่อเนื่องเป็นชั่วโมง ควรงดกิจกรรมทางเพศและเข้ารับการวินิจฉัยโดยแพทย์ เพราะอาจเป็นอาการของโรคอื่นๆ เช่น โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) หรือโรคหลอดเลือดสมองโป่งพอง (Aneurysm) ที่ควรได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วน

ช่วยตัวเองตอนตั้งครรภ์อันตรายไหม?

คุณแม่ตั้งครรภ์สามารถช่วยตัวเองได้หากครรภ์แข็งแรงสมบูรณ์ดี โดยการช่วยตัวเองระหว่างตั้งครรภ์สามารถลดอาการไม่พึงประสงค์หลายอย่างได้ด้วย เช่น อาการแพ้ท้อง มือเท้าบวม หรือปวดหลังส่วนล่าง แต่ควรช่วยตัวเองอย่างระมัดระวัง อย่าออกแรงกดทับบริเวณหน้าท้อง สามารถใช้ Sex Toy อย่างดิลโด้หรือไวเบรเตอร์ได้โดยต้องดูแลเรื่องความสะอาดเป็นอย่างดี

คุณแม่ตั้งครรภ์ที่เคยมีเลือดออกขณะตั้งครรภ์ มีโอกาสคลอดก่อนกำหนด หรือเคยคลอดก่อนกำหนดในครรภ์ก่อนหน้า ถุงน้ำคร่ำรั่วหรือแตก มีภาวะรกเกาะต่ำ หรือมีภาวะปากมดลูกปิดไม่สนิท ไม่ควรช่วยตัวเองอย่างเด็ดขาด หากไม่แน่ใจควรปรึกษาแพทย์ประจำตัว

ตอบปัญหาสุขภาพ

ตอบคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการช่วยตัวเอง

1. ผู้ชายช่วยตัวเองบ่อยไหม?

ผู้ชายแต่ละคนก็มีรสนิยมต่างกัน อีกทั้งความถี่ในการช่วยตัวเองยังขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่นๆ เช่น อายุ สภาพร่างกาย ฯลฯ หากอ้างอิงจากงานวิจัยของ Indiana University ที่กล่าวถึงไว้ข้างต้น ผู้ชายช่วงอายุตั้งแต่ 18-49 ปีส่วนใหญ่จะช่วยตัวเองประมาณสัปดาห์ละครั้ง รองลงมาคืออาทิตย์ละ 2-3 ครั้ง และจะลดน้อยลงเมื่ออายุ 50 ปีเป็นต้นไป

2. ผู้หญิงช่วยตัวเองบ่อยไหม?

ความถี่ในการช่วยตัวเองของผู้หญิงก็ขึ้นอยู่กับรสนิยม รวมถึงปัจจัยอื่นๆ เช่น อายุ หรือสภาพร่างกายเช่นกัน หากอ้างอิงจากงานวิจัยจาก Indiana University ที่กล่าวถึงไปแล้ว ก็ต้องบอกว่าผู้หญิงช่วยตัวเองไม่บ่อยนักเมื่อเทียบกับผู้ชาย โดยผู้หญิงส่วนใหญ่จะช่วยตัวเองเดือนละครั้งหรือปีละไม่กี่ครั้ง ไปจนถึงไม่ช่วยตัวเองเลย ยิ่งอายุมากขึ้นสัดส่วนของผู้หญิงที่ไม่ช่วยตัวเองยิ่งเพิ่มขึ้น

3. วิธีช่วยตัวเองให้สําเร็จสำหรับผู้หญิงต้องทำยังไง?

การช่วยตัวเองให้ถึงจุดสุดยอดสำหรับผู้หญิงอาจจะเกิดขึ้นได้ยากหากช่วยตัวเองด้วยการสอดใส่นิ้ว หรือ Sex Toy เข้าไปในช่องคลอด เพราะผู้หญิงจำนวนมากมีปัญหากับการเสร็จสมจากการสอดใส่ วิธีช่วยตัวเองให้สำเร็จสำหรับผู้หญิงควรเน้นไปที่การกระตุ้นคลิตอริสหรือ C-Spot ซึ่งเป็นจุดที่อ่อนไหวมาก เพราะมีปลายประสาทรวมอยู่มากมาย โดยอาจจะใช้นิ้วนวดคลึงเป็นจังหวะจนกว่าจะเสร็จสม หรือจะใช้ไวเบรเตอร์กระตุ้นก็ได้

4. ช่วยตัวเองที่สาธารณะผิดปกติไหม?

การช่วยตัวเองในที่สาธารณะจัดอยู่ในกลุ่มอาการชอบโชว์ (Exhibitionism) ตามหลัก DSM ถือเป็นพฤติกรรมทางเพศที่ผิดปกติ หากมีอาการในลักษณะนี้ ควรเข้ารับการรักษาโดยจิตแพทย์

5. ใส่ถุงยางช่วยตัวเอง แปลกไหม?

ถึงจะพบได้ไม่บ่อยแต่ก็มีผู้ชายหลายๆ คนใส่ถุงยางอนามัยช่วยตัวเองด้วยเหตุผลต่างๆ กัน เช่น

6. ช่วยตัวเองบ่อยเสื่อมไหม?

ความเชื่อว่าช่วยตัวเองบ่อยแล้วจะเสื่อมสมรรถภาพทางเพศเป็นความเข้าใจผิดอย่างมาก อันที่จริงแล้วการช่วยตัวเองไม่ทำให้เกิดการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ (Erectile Dysfunction, ย่อ: ED) รวมถึงไม่ส่งผลต่อคุณภาพ และความถี่ในการแข็งตัวของอวัยวะเพศชายด้วย

7. ผู้หญิงช่วยตัวเองทุกคนไหม?

ผู้หญิงไม่ได้ช่วยตัวเองทุกคน การช่วยตัวเองเป็นเรื่องของรสนิยม และยังมีปัจจัยอื่นๆ เกี่ยวข้องอีกหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นความเชื่อส่วนบุคคล อายุ ไปจนถึงสภาพร่างกาย เป็นไปได้ที่ผู้หญิงบางคนอาจจะไม่ช่วยตัวเองเลย

8. จริงหรือไม่? ช่วยตัวเองครั้งแรก มีเลือดออก!

การมีเลือดออกหลังช่วยตัวเองครั้งแรกสามารถเกิดขึ้นได้เมื่อมีการช่วยตัวเองแบบสอดใส่ (เช่น นิ้ว หรือ Sex Toy) เนื่องจากเยื่อพรหมจารี (Hymen) ซึ่งเป็นเยื่อบางๆ ที่อยู่บริเวณปากช่องคลอดเกิดการฉีกขาด โดยปกติแล้วจะมีเลือดออกมาเล็กน้อยและทำให้เกิดอาการเจ็บปวดบ้าง แต่จะหายไปเองในไม่กี่วัน

ทั้งนี้ ผู้หญิงบางคนที่ช่วยตัวเองครั้งแรก/มีเพศสัมพันธ์ครั้งแรกก็อาจจะไม่มีเลือดออกก็ได้ ซึ่งไม่ได้เป็นเรื่องผิดปกติแต่อย่างใด เนื่องจากเยื่อพรหมจารีสามารถฉีกขาดได้จากการทำกิจกรรมอื่นๆ เช่น ขี่ม้า เล่นยิมนาสติก ปั่นจักรยาน ฯลฯ

9. จริงหรือไม่? ช่วยตัวเองแล้วสิวขึ้น!

การช่วยตัวเองแทบไม่มีความเชื่อมโยงใดๆ เลยกับการเป็นสิว หลายคนมีเข้าใจผิดและส่งต่อความเชื่อผิดๆ ว่า ‘ยิ่งอารมณ์ทางเพศสูง ยิ่งเป็นสิวเยอะ’ ซึ่งเป็นความเข้าใจที่ผิดอย่างมาก! เนื่องจากปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดสิวนั้นมีอยู่ 4 ข้อหลักๆ คือ

  1. การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน
  2. การใช้ยาบางชนิด
  3. การใช้เครื่องสำอางบางชนิด
  4. กรรมพันธุ์

แม้ว่าการช่วยตัวเองอาจทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมน แต่ก็มีผลเล็กน้อยมากจนไม่สามารถทำให้เกิดสิวได้ เช่น ระหว่างที่ช่วยตัวเองหรือมีเพศสัมพันธ์ ผู้ชายจะมีระดับ Testosterone เพิ่มสูงขึ้น แต่ก็จะกลับคืนสู่ปกติเมื่อมีการหลั่งอสุจิแล้ว

10. จริงหรือไม่? ช่วยตัวเองบ่อยๆ ทำให้เตี้ย!

การช่วยตัวเองไม่มีผลใดๆ ต่อการเจริญเติบโตของร่างกาย ดังนั้นจึงไม่ทำให้เตี้ย

11. จริงหรือไม่? ช่วยตัวเองบ่อยๆ ลดน้ำหนักได้ ช่วยให้ผอมลง!

น่าเศร้าที่แม้ว่าการช่วยตัวเองมักจะทำให้เราเหนื่อยหรือเมื่อยแขน แต่ก็แทบไม่มีผลในการลดน้ำหนัก และไม่สามารถคาดหวังผลลัพธ์ในการลดน้ำหนักได้เลย! เนื่องจากการถึงจุดสุดยอด 1 ครั้งช่วยเผาผลาญพลังงานได้เพียง 3 กิโลแคลอรี่เท่านั้นเอง

นอกจากนี้ การมีเพศสัมพันธ์ก็ไม่ค่อยมีผลต่อการลดน้ำหนักเช่นกัน เนื่องจากการมีเพศสัมพันธ์แบบ ‘ถึงพริกถึงขิง’ 1 ยกนั้น ช่วยเผาผลาญแคลอรี่ได้ราวๆ 63 กิโลแคลอรี่ซึ่งเป็นปริมาณเท่ากับการกินข้าวโพดต้มครึ่งฝัก หากคาดหวังผลลัพธ์เรื่องความฟิตแอนด์เฟิร์มแล้วล่ะก็ จูงมือแฟนไปออกกำลังกายที่ยิมน่าจะเห็นผลกว่า

12. ช่วยตัวเองบ่อยเป็นหมันไหม?

การช่วยตัวเองบ่อยไม่ทำให้เป็นหมันอย่างแน่นอน รวมถึงไม่ส่งผลต่อคุณภาพ และความถี่ในการแข็งตัวของอวัยวะเพศชายด้วย